จากรั่วมหาลัย.......สู่ขุนเขาอันไกลโผ่น
การเริ่มต้นของเรา เริ่มจากความคิดใครก็ไม่รู้อ่ะ อยู่ๆรับโทรศัพท์จาก อิิง.. หนึ่งในสมาชิกนักล่าฝันจาก econ ปี 4
จากรั่วจุฬา โืทรมา...." ที่ร๊ากไปภูกระดึง กัน" สิ้นเสียงพูด แทบช็อค เพราะรู้ว่ามันคือนรกบนสรวงสรรคชัดๆ ์ อิอิ....
ด้วยดีกรีเป็นหนุ่มใต้ หน้าตาดี บวกกับกับพรแสวงอันแรงกล้า ร่างกายถึก จึงตอบรับ " โอเช ไปก็ไปว่ะ "
จึงสอบถามรายละเอียดการเดินทาง จึงได้ทราบว่า เต้ย หนุ่มหล่อมาดขรึม แห่งเมื่องอุดร เป็นฝ่าย plan จึงได้รู้้
กำหนดการเดินทางในวันที่่ 26 ธันวาคม 49 เป็นที่แน่นอน โดยมีนักล่าฝัน ( ฝันผว่าอ่ะดิ ) รวมเดินทางกัน 10 คน
เต้ย,วิว
หลิน,เบนซ์
กอฟล์,ตะวัน แนน,ปิ่ม
อิง,แอ๊ป ( จริงๆ เค้าชื่อ อูน )
26 /12/49 07.30
พบกันที่สยามซอยไหน จำไม่ได้อ่ะ
เหล่าสหายนักล่าฝันจึงรวมตัวกัน
มีเพียงแต่ตะวัน นั่งรถตู้ไม่ได้อ่ะ กลัวยางจะแบน จึงลงทุนหอบสังขารขึ้นเครื่องไป
ลงอุดร เราเดินทางด้วยรถตู้ 4 ล้อ โดยมีโชว์เฟอร์ดีอย่างพี่...? ออกจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู้อุดร
ตลอดการเดินทางก็มีการถงเถียงกันเรื่อง เสดสาด ผู้เขียนแทบจะมึนตึบเพราะไม่ได้เรียนแนวนี้
จึงไม่สามารถร่วมวงเสวนาได้ ลองเป็น Sociology Development จะปราถกถาจากกรุงเทพถึงภูกระดึงเลย อิอิ ....
เรานั่งรถผ่านสระบุรี แก่งคอย ก็ลงไปถ่ายรูปกับน้าชาติที่ลำี่ำตะคอง จากนั้นก็มุ่งต่อไปสูงเนิน โนนสูง และอีกหลายๆ
โนน ( โนนมันคืออะไรหรือเต้ย ) จนหยุดรถแวะทานมื้อเที่ยงที่ร้าน สืบศิริ ( ขอบอกอาหารอร่อยม๊ากๆ )
จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังจังหวัดอุดร และก็ถึง่ร้านอุดรพานิชย์ ซึ่งเป็นบ้านเต้ย
ร้านนี้ขายสินค้าตั้งแต่ไม้จิ่มฟันยันปอร์เซ่ มีให้เลือกทุกอย่าง ชนิดที่ว่าหากคุณเรียนอนุบาลจนถึงเด็กเตอร์ (
ดอกเตอร์ ย่ออย่างไร กอฟล์มีคำถาม ) ก็สบายไม่ต้องไปถึงกรุงเทพ ร้านี้มีหมด เมื่อถึงร้านเต้ย
คุณปู่คุณย่าก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พวกเรามิได้มีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากท่านเลย แถมยังถ่าย ยังฉี่ใส่บ้าน
เค้าอีก ชนิดว่าส้วมแทบจะระเบิด อิอิ............. จากนั้นเราก็ออกเดินทางต่อไปยังจังหวัด หนองคาย ไปนมัสการ
หลวงพ่อพระใส และไปเที่ยวตลาดอินโดจีน จากนั้นก็ถึงเวลามื้อค่ำ พวกเราทานอาหารริมแม่น้ำโขงชื่อร้าน....?
อาหารส่วนใหญ่จะเน้นปลาอะ จึงเห็นได้ชัดว่าพวกเราหุ่นดีม๊ากๆกันทุกคน อิอิ ...
มื้อนี้ต้องขอขอบพระคุณคุณย่าเต้ยม๊ากมากกร๊าบที่สนับสนุนการกิินมื้อนี้ จากนั้นก็เข้าพักที่โรงแรม เจริญโอเต็ล
ในตัวเมืองจังหวัดอุดร เมื่อถึงที่พักทุกคนหลับเป็นตายเพราะเหนื่อยและเมื่อยตูดจาการนั่งรถอันยาวไกล มีเพียง
แต่ผู้เขียนกับน้องอิงที่ยังอุตส่าห์แบกสังขารนั่งรถสามล้อถีบเที่ยวในเมือง อิอิ...
เช้าวันที่ 27 08.30 เราก็ออกเดินทาง ทานมื้อเช้ากันที่ร้าน .....? งานนี้กอฟล์สั่งทุกเมนู ชนิดที่ว่าในร้านมีไร
กอฟล์สั่งหมด ก็มีอาทิเช่น ไข่กะทะ ( งงเป็นไก่ไข่ไม่ออกเลย ก็ไม่เคยกินนี่หว่า ) แกงเส้น บาแกตต์ข้าวจี่
ข้าวเปียก ฯ จากนั้นตะวันก็มาสมทบ เมื่ออิ่มท้องจนขี้จะจุกใน พวกเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ อำเภอภูกระดึง
จังหวัดเลย เมื่อถึงที่ทำการอุทยาน พวกเราก็เตรียมฝิตร่างกายด้วยการถ่ายหนักถ่ายเบา ( ผู้เขียนทราบมาว่า
ท่านทูต ไม่เข้าใจความหมายของคำคำนี้ เฉลย ขี้กะฉี่ไงล่ะ ) จากนั้นก็นำสัมภาระลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่หาบ
หรือลูกหาบ พวกเราขอขอบคุณลูกหาบม๊ากๆ แทบจะไม่เชื่อสายตาว่าเค้าจะทำได้
จริงๆพวกเค้าหน้าจะไปโอลิมปิกนะเนี่ย 
และแล้วการเดินทางสำคัญที่สุดในชีวิตก็มาถึง
พวกเราเริ่มเดินทางในเวลา 11.30 น.
ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตาที่จะพิชิตยอดภูแห่งนี้
ซึ่งวิชานี้ในมหาลัยนั้นไม่มีสอน ต่างเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง
จะมีแต่คำคำหนึ่งที่ที่สอนเรา " ความพยามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั้น "

พวกเราเดินทางสู่ ซำต่างๆ ( จากการสอบถามคนในพื้นที่ซำ นั้นหมายถึง บ่อน้ำ ) แต่ก็เคยเห็นสักกะบ่อ พวกเราทั้ง
เดิน ทั้งล้มลุกคุกคลานไปตามๆกัน จนมาถึงซำแฮกๆ ตะวันยอมแพ้ ขอขึ้นเกี้ยว

ตามด้วยราชินีของผู้เขียน

ดูหน้ามันซิ ยิ้มระรื่นเลยนะ
ระหว่างทางเราก็พักบ้าง เดินบ้าง กินบ้าง ฉี่บ้าง
และแล้วเราก้มาถึงหลังแป เย้ๆๆๆๆๆๆๆ ในที่สุดเราก้ทำได้


จากนั้นก็เดินเท้าต่อไปยังที่ทำการอุทยาน กว่าจะถึงก็เกือบทุ่ม

ดูกระเป๋าซิ ยังกะจะไปคูเวต อิอิ
และแล้วเราก็เข้าที่พัก ชื่อ นาคราช 116 จัดแจงเรื่องที่พักเสร็จ ก็เวียนเทียนกัน ( เอ้ย เวียนอาบน้ำ )
ในที่สุดก็หลับเป็นตาย ทราบมาว่าผู้เขียนนอนกรน จริงเหอ ปกติไม่เคยนะ ไม่ใช่นิสัยเลย คงกินลาบเป็ดมั้ง อิอิ..
27 /12/49 เช้าตื่นมา 04.30 น. ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ( เกิดมาพึ่งเคยเห็นหรอคู๊ณ แถกเหงือกไปดู อิอิ )

เมื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นกันสะใจแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับที่พัก พร้อมหม่ำอาหารเช้ากัน
จากนั้นก็ถึงเวลาปั่นจักยานชมนก ชมไม้ ไก่ อูฐ เป็ด กัน โดยพวกเราเช่ารถจักรยาน คันละ 350
แต่งานนี้มีท่านทูต กับ ตะวันขอบาย ไม่เล่นด้วย
พวกเราปั่นจักยาน ไปไว้พระ ต่อจากนั้นก็ไปดูใบเมเบิ้ล โดยมีเต้ยนำ และแอ๊ปปิดท้ายขบวน
หยิบมาคนละใบแล้วก็ถ่ายรูป อิอิ พวกเค้าช่างมีความสุขกันจริีงๆๆ
แถมยังเก็บไปฝากตะวันอีก 1 ใบ กอฟล์หายไปไหน หาไปหามาโน้นอะ ไปถ่ายรูปโยนใบ้เมเบิ้ล ให้ใครก็ม้ายรู้
จากนั้นพวกเราก็ปั่น ต่อ เข็นบ้าง ล้มบ้าง โดยเฉพาะหลิน ซึ่งข้าพเจ้านับถือมากเลย หล่อนมีความพยามเป็นยิ่ง
ล้มลุกคุกคลานก็ยอม นับถือจริงๆ ถึงว่าเรียนซะเก่ง ก็เพราะอย่างนี้เอง จบทริปนี้คงลงเอเซี่ยนเกมส์ อิอิ
จากนั้นก็มุ่งหน้าต่อไปยังผาหล่มสักเพื่อจะดูพระอาทิตย์ตก ระหว่างทางก็พักหม่ำอาหารไปเรื่อย ไปสะดุดร้านหนึ่ง
แม่ครัวแทบทันไม่ทันเพราะเจอก๊วนเรา เต้ยพระเองของวิวทั้งสองคนลงมื้อจัดการทำอาหารเอง ส้มตำ เป็นอาหาร
ที่ข้าพเจ้าจะโปรดปราณมาก ( ตั้งแต่ได้ สาวขอนแกน อย่างอิงเป็นแฟน ) เต้ยกะวิว ก็ช่วยกันตำ
ก็คงมีแต่ข้าพเจ้าที่กินอยู่คนเดียว ต้องยกนิ้วให้ อร่อยอ่ะ แต่เผ็ดม๊ากๆๆ และในร้านนี้ข้าพเจ้าก็ได้รู้ว่า
ว่าแฟนของข้าพเจ้ามีตำแหน่งถึง ราชินี
แห่งเลคตาสิต อิอิ หล่อนใช้ผลิตภัณฑ์แบนด์นี้ขนาดกระดาษเช็ดจุดซ่อนเร้นยังเอามาเช็ดหน้าเลย อิอิ
จากนั้นเราก็ปั่นกันต่อ จนถึงผาหล่มสัก
ช่างไม่กลัวเลยนะกอฟล์

ท่าสุดฮิตของคุณเต้ยเค้าอะ

กอฟล์แมน พันธุ์อึด ยอมแพ้ก๊าบบ

แนนไม่กลัวความสูงค่ะ

คู่นี้น่ารัก
แต่คู่นี้น่ารักกว่า อิอิ

เบนซ์ว่าที่รัชทายาท

ตะวัน ฮิปโปร์แห่งภูกระดึง

ดูสิทำกันได้ไง อิอิ
และแล้วก็ถึงเวลากลับที่พัก
พวกเราถึงที่พักเกือบจะ สองทุ่ม ทั้งหิว ทั้งล่า ทั้งเมื่อย โอ้ยจะบ้าตาย ก็คงมีแต่ตะวันกลับท่านทูต ที่ยังยิ้มได้
คงสะใจพวกเราม๊ากๆล่ะสิ อิอิ แต่ขอบอกแม้เหนื่อยก็สนุกอ่ะ ฮ่าาาาาาา
สรุปคืนนั้นหลับเป็นตาย
28 /12/49 06.30 ไม่มีใครตื่นอ่ะ 07.30 ตื่นกัน 80.30 เราก็เริ่มต้นเดินทางกลับ 11.30 เราก็มาลงมาถึง
วันนี้ผู้เขียนเป็นวันที่เศร้ามาก เพราะยังไม่อยากจากกัน ผู้เขียนได้
รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและแฮปปี้ม๊ากที่ได้รวมชะตากับเพื่อนๆ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาอันสั้นที่ผู้เขียน
ได้สัมผัสกับเพื่อนๆ แต่ข้าำพเจ้าก็มีความสุขกับสิ่งดีๆและน้ำใจที่เพื่อนๆมอบให้ แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้อยู่รั่วมหาลัย
เดียวกันแต่ก็ประทับใจกับสิ่งที่เพื่อนๆมีให้โดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ สิ่งเหล่านี้จะตรึงอยู่ในใจข้าพเจ้าตลอดไป
การเดินทางครั้งนี้ได้สอนอะไรกับพวกเราหลายอย่าง คำว่าเพื่อน น้ำใจ ความพยาม ความอดทน ความสามัคคี
อันเ้ป็นหนึ่งเดียวที่ทำให้พวกเราพิชิตภูแห่งนี้ได้ ความสำเร็จครั้งนี้มันไม่ใช่เป็นของคนใดคนหนึ่ง แต่ทว่ามันคือ
ความสำเร็จของพวกเราไงล่ะ......................จบ....คุณแม่ปลื้ม
เรากลับถึง กทม. เที่ยงคืนอ่ะ ด้วยความปลอดภัย
สวัสดีปีใหม่กร๊าบ..................
